-1-พุทธศาสนาสำหรับบ้าน คำนำ พุทธศาสนา หมายถึง ศาสนาหรือคำสั่งสอนของท่านผู้รู้ ซึ่งท่านผู้รู้นี้ก็หมายถึงพระพุทธเจ้าที่เป็นผู้รู้สูงสุด ส่วนคำสอนของท่านนั้น จะเป็นหลักในการดำเนิน ชีวิต เพื่อให้มีความทุกข์น้อยที่สุด หรือเพื่อไม่ให้ชีวิตมีความทุกข์เลย ซึ่งหลักคำสอนของพุทธศาสนานี้ดั้งเดิมจะตรงกับหลักวิทยาศาสตร์ คือมีเหตุผลที่สมเหตุสมผล และสอนเฉพาะสิ่งที่มีอยู่จริง ปฏิบัติได้จริงในปัจจุบันเท่านั้น จะไม่มีเรื่องที่งมงายไร้เหตุผล จากเหตุนี้เองที่ทำให้พุทธศาสนาจะเป็นเรื่องของคนที่ค่อนข้างจะมีสติปัญญาเท่านั้น แต่คนที่มีสติปัญญานั้นมีน้อย ดังนั้นจึงทำให้พุทธศาสนาที่แท้จริงค่อยๆเลือนหายไป และในที่สุดพุทธศาสนาก็ได้ผสมกลมกลืนกับศาสนาพราหมณ์จนปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็ทำให้คนที่มีสติปัญญาน้อยหันมานับถือพุทธศาสนามากขึ้น แต่ก็มีผลเสียที่ทำให้แก่นแท้ของพุทธศาสนาหายไป. ดังนั้นเพื่อที่จะนำพุทธศาสนาที่แท้จริงกลับคืนมา และเพื่อให้บุคคลที่มีสติปัญญาไม่มากอย่างเช่นชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไปรวมทั้งชาวต่าชาติที่ยังไม่รู้จักพุทธศาสนามาก่อนเลยได้รู้จักพุทธศาสนาในระดับที่พอจะเข้าใจได้ หนังสือเล่มนี้จึงได้พยายามเรียบเรียงหลักการที่เป็นแก่นแท้ของพุทธศาสนาในระดับต้นเอาไว้ โดยอาศัยหลักการจากหนังสือของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุมาเป็นหลัก เพื่อให้บุคคลที่ยังไม่รู้จักพุทธศาสนาได้เรียนรู้รวมทั้งบุคคลที่ยังเข้าใจผิดหรือนับถือพุทธศาสนาผิดๆอยู่ได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจหรือการนับถือให้ถูกต้องยิ่งขึ้น. จึงหวังว่าหนังสือ "พุทธศาสนาสำหรับชาวบ้าน" เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลระดับชาวบ้านบ้างไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกคนช่วยกันเผยแพร่พุทธศาสนาที่แท้จริงแก่ชาวโลกเพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวโลก และเพื่อสร้างสันติภาพแก่โลกตามพุทธประสงค์ต่อไป. เตชะปัญโญ ภิกขุ อาศรมพุทธบุตร เกาะสีชัง ชลบุรี. เรื่องศีลธรรม-ปรมัตถธรรม พระธรรมหรือธรรมะอันหมายถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นพอที่จะแยกได้ ๒ ประเภท คือศีลธรรมกับปรมัตถธรรม โดยศีลธรรมนั้นเป็นคำสอนเรื่องการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขของผู้ครองเรือน ใช้สอนบุคคลระดับชาวบ้านซึ่งไม่ต้องใช้สติปัญญาอะไรมากมายก็สามารถเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้ทันที ซึ่งก็สรุปอยู่ที่การละอบายมุข ละสิ่งเสพย์ติด ละสิ่งฟุ่มเฟือย มีศีล ๕ มีเมตตา ช่วยเหลือผู้อื่น มีความอดทน ขยัน มีความกตัญญูกตเวที เหล่านี้ เป็นต้น ส่วนปรมัตถธรรมนั้นเป็นคำสอนระดับสูง ใช้สอนบุคคลที่มีสติปัญญามาก ซึ่งเป็นการสอนเรื่องการดับทุกข์ของชีวิตในปัจจุบันตามแนวทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเข้าใจปรมัตถธรรมแล้วก็จะเกิดปัญญาที่แท้จริง เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจมนุษย์ รวมทั้ง เข้าใจกฎสูงสุดของธรรมชาติไปด้วย เรียกว่า รู้แจ้งโลก . เรื่องความเชื่อ พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สอนให้ใช้ปัญญานำหน้าความเชื่อ ซึ่งจากหลักกาลามสูตรพระพุทธองค์ทรงสอนว่า อย่าเชื่อและรับเอามาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า : ฟังจากเขาว่ามา เห็นเขาทำกันมานมนานแล้ว เห็นเขาล่ำลือกันอยู่อย่างกระฉ่อน มีตำราอ้างอิง มีเหตุผลตรงๆมารองรับ(ตรรกะ) มีเหตุผลโดยอ้อมมารองรับ(ปรัชญา) นึกเดาเอาตามสามัญสำนึกของตนเอง มันตรงกับความเห็นเดิมที่ตนเองมีอยู่ ดูลักษณะแล้วน่าเชื่อ ผู้บอก ผู้สอนนี้เป็นครูอาจารย์ของเราเอง เมื่อพบคำสอนใด เราควรที่จะนำมาพิจารณาก่อน ว่ามีโทษหรือไม่ ถ้าเห็นว่ามีโทษก็ให้ละทิ้งเสีย แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ ก็ให้นำมาลองปฏิบัติดูก่อน ถ้าเกิดผลดี คือมีความสุขและทุกข์ลดลงจริง จึงค่อยปลงใจเชื่อ แต่ถ้าไม่ได้รับผลดี คือ ไม่มีสุขและทุกก็ไม่ลดลงจริง ก็ให้ละทิ้งเสีย คือ สรุปว่า พระพุทธองค์สอนว่าอย่าพึ่งเชื่อ ให้ใช้พิจารณาดูก่อน ถ้าเห็นว่าดี จึงนำมาทดลองปฏิบัติ ต่อเมื่อได้ผลจริงจึงค่อยเชื่อและรับเอามาปฏิบัติต่อไป แต่ถ้าไม่ได้รับผลก็อย่าเชื่อ. เรื่องสิ่งสูงสุด ศาสนาอิสสามและคริสต์นั้นเขาจะมีพระเจ้าเป็นสิ่งสูงสุด ที่เชื่อว่าเป็นผู้บันดาลให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไป ส่วนศาสนาพราหมณ์นั้นเขาจะมีพระอิศวรเป็นสิ่งสูงสุด (แต่มีพระพรหมเป็นผู้สร้างโลก สร้างมนุษย์ และ กำหนดชะตาชีวิตมนุษย์) ส่วนพุทธศาสนาจะมี "ธรรม" หรือ ธรรมชาติ (กฎธรรมชาติ) เป็นสิ่งสูงสุด คือ พระพุทธศาสนาสอนว่า ทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย (ปัจจัยหมายถึงสิ่งสนับสนุน) ซึ่งเหตุและปัจจัยตามธรรมชาตินี่เองที่กระทำ หรือดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆขึ้นมา รักษาสิ่งต่างๆเอาไว้ และทำลายสิ่งต่างๆไปเมื่อถึงเวลา สรุปว่าพุทธศาสนาสอนว่า "ทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ" หรือมันเป็นของมันเอง โดยไม่ต้องมีใครมาดลบันดาล |next|
พุทธศาสนาสำหรับบ้าน
คำนำ
เตชะปัญโญ ภิกขุ อาศรมพุทธบุตร เกาะสีชัง ชลบุรี.